Interstellar ทะยานดาวกู้โลก (2014)

หนังประเทศ : สหรัฐอเมริกา / สหราชอาณาจักร
เรื่องย่อ
Interstellar คือภาพยนตร์ไซไฟระดับมหากาพย์จากผู้กำกับ Christopher Nolan ที่ผสมผสานวิทยาศาสตร์ อารมณ์ และปรัชญาชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างทรงพลัง เล่าเรื่องในอนาคตที่โลกกำลังล่มสลายจากภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อม พืชผลล้มตาย อากาศเต็มไปด้วยฝุ่น และมนุษยชาติกำลังเดินเข้าสู่จุดสิ้นสุด
“คูเปอร์” (Matthew McConaughey) อดีตนักบินนาซาที่ผันตัวมาเป็นชาวนา ถูกดึงตัวกลับเข้าสู่ภารกิจลับของมนุษยชาติ นั่นคือการออกเดินทางผ่าน “รูหนอน” ใกล้ดาวเสาร์ เพื่อค้นหาดาวเคราะห์ใหม่ที่อาจเป็นบ้านหลังสุดท้ายของมนุษย์ โดยมีความหวังเดียวคือการรักษาอนาคตให้ลูกสาวของเขา “เมิร์ฟ”
บทความรีวิว
Interstellar คือหนังไซไฟที่ไม่ได้พูดแค่เรื่องอวกาศ แต่พูดถึง “ความรัก” ในฐานะแรงขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ หนังพาผู้ชมเดินทางผ่านกาลเวลา ช่องว่างระหว่างดวงดาว และความผูกพันระหว่างพ่อกับลูกที่ไม่เคยลดลงแม้เวลาจะเปลี่ยนไปหลายสิบปี
Christopher Nolan สร้างโลกที่ทั้งยิ่งใหญ่และเปราะบางในเวลาเดียวกัน ความยิ่งใหญ่ของจักรวาลถูกนำมาเทียบกับความเล็กจ้อยของมนุษย์อย่างชัดเจน แต่ในความเล็กนั้นกลับเต็มไปด้วยความหมาย หนังจึงให้ความรู้สึกทั้งตื่นตะลึงและสะเทือนใจไปพร้อมกัน
Matthew McConaughey ถ่ายทอดบทบาทพ่อที่ต้องเลือกระหว่าง “หน้าที่เพื่อมนุษยชาติ” กับ “ความรักต่อลูก” ได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้เรื่องราวมีพลังทางอารมณ์สูง ไม่ใช่แค่การผจญภัยในอวกาศอย่างเย็นชา
สปอยล์เต็ม

คูเปอร์และทีมต้องเผชิญกับดาวเคราะห์อันตราย เช่น ดาวที่แรงโน้มถ่วงทำให้เวลาเดินช้ากว่าโลกอย่างมหาศาล และดาวน้ำแข็งที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง เมื่อเขาตัดสินใจเสียสละตัวเองและตกลงไปในหลุมดำ “Gargantua” เขาพบว่าตนเองอยู่ในมิติที่สามารถสื่อสารกับอดีตผ่านแรงโน้มถ่วงได้
เขาคือ “ผี” ที่ลูกสาวเคยเห็นในวัยเด็ก และเขาใช้โอกาสนี้ส่งข้อมูลควอนตัมสำคัญไปยังเมิร์ฟ ทำให้มนุษย์สามารถสร้างสถานีลอยฟ้าเพื่ออพยพออกจากโลกได้สำเร็จ ภายหลังคูเปอร์ถูกช่วยเหลือกลับมา พบว่าโลกเก่าได้กลายเป็นอดีตอันไกลโพ้น เหลือเพียงความทรงจำและความรักที่ไม่เคยเลือนหาย
บทวิเคราะห์
Interstellar ตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับ “เวลา” และ “ตัวตน” เราเป็นเพียงจุดเล็กในจักรวาล แต่การกระทำของเราสามารถเปลี่ยนเส้นทางของมนุษยชาติได้ หนังเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับอารมณ์ โดยชี้ว่า ความรักอาจเป็นพลังที่เหนือกว่ากฎฟิสิกส์ใด ๆ
มันยังพูดถึงความเสียสละในฐานะความกล้าหาญรูปแบบหนึ่ง และการยอมปล่อยสิ่งที่เรารักเพื่ออนาคตที่ดีกว่า แม้จะต้องแลกกับช่วงเวลาที่ไม่มีวันย้อนกลับ
เทคนิคการสร้างและงานภาพ
รวมงานภาพสุดอลังการที่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม IMAX ฉากอวกาศ หลุมดำ และดาวเคราะห์ต่าง ๆ ถูกออกแบบอย่างสมจริงตามคำแนะนำของนักฟิสิกส์ชื่อดัง Kip Thorne จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของภาพยนตร์ไซไฟ
ดนตรีโดย Hans Zimmer คืออีกหัวใจสำคัญ เสียงออร์แกนและซาวด์แบบคลาสสิกผสมไซไฟทำให้ทุกฉากมีพลังสะเทือนอารมณ์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะช่วงท้ายที่กลายเป็นหนึ่งในซีนระดับตำนาน
บทวิจารณ์
Interstellar ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามในด้านแนวคิด ความทะเยอทะยาน และงานภาพระดับปรากฏการณ์ แม้บางคนจะรู้สึกว่ามันซับซ้อน แต่สำหรับหลายคน นี่คือภาพยนตร์ไซไฟที่ทั้งยิ่งใหญ่ ลุ่มลึก และตราตรึงใจที่สุดแห่งยุค
ตัวอย่างภาพยนตร์
