รีวิว Children of Men (2006)

Children of Men (2006) พลิกวิกฤตวันสิ้นโลก

หนังประเทศ: สหราชอาณาจักร / สหรัฐอเมริกา / ญี่ปุ่น

ข้อมูลภาพยนตร์

  • ชื่ออังกฤษ: Children of Men
  • ชื่อไทย: พลิกวิกฤตวันสิ้นโลก
  • ปีที่ฉาย: 2006
  • แนว: ไซไฟ / ดราม่า / ระทึกขวัญ / ดิสโทเปีย
  • ผู้กำกับ: Alfonso Cuarón
  • เขียนบท: Alfonso Cuarón, Timothy J. Sexton, David Arata, Mark Fergus, Hawk Ostby
  • ดัดแปลงจาก: นิยายของ P.D. James
  • นักแสดงนำ: Clive Owen, Julianne Moore, Michael Caine, Chiwetel Ejiofor
  • ความยาว: 109 นาที
  • เรตติ้ง: R
  • จุดเด่น: หนังไซไฟดิสโทเปียสุดทรงพลังที่สะท้อนความสิ้นหวังของมนุษยชาติ ผ่านงานภาพ long take ระดับตำนานและบรรยากาศโลกอนาคตอันสมจริงจนน่ากลัว

ข้อมูลเบื้องต้น

Children of Men เป็นผลงานสำคัญของ Alfonso Cuarón ผู้กำกับชาวเม็กซิกันที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ที่โดดเด่นที่สุดของยุคสมัย หนังดัดแปลงจากนิยายของ P.D. James และนำเสนอโลกอนาคตปี 2027 ที่มนุษย์ทั่วโลกไม่สามารถมีลูกได้มานานถึง 18 ปี ส่งผลให้สังคมค่อย ๆ ล่มสลาย ผู้คนสิ้นหวัง ประเทศต่าง ๆ แตกแยก และความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติ Children of Men แตกต่างจากหนังไซไฟทั่วไป เพราะมันไม่ได้เน้นเทคโนโลยีล้ำยุคหรือสงครามอวกาศ แต่เลือกนำเสนออนาคตที่ดูใกล้ตัวและสมจริงอย่างน่ากลัว โลกในเรื่องเต็มไปด้วยผู้ลี้ภัย การกดขี่ทางการเมือง การก่อการร้าย และความสิ้นหวังที่สะท้อนปัญหาในโลกจริงได้อย่างชัดเจน หนังยังได้รับการยกย่องอย่างสูงในด้านเทคนิคการถ่ายทำ โดยเฉพาะฉาก long take อันโด่งดังที่กลายเป็นหนึ่งในงานภาพระดับตำนานของวงการภาพยนตร์

เรื่องย่อ

ในปี 2027 มนุษยชาติอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ หลังจากไม่มีเด็กเกิดใหม่มานานเกือบสองทศวรรษ โลกเต็มไปด้วยสงคราม ความวุ่นวาย และรัฐบาลเผด็จการ ประเทศอังกฤษกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังคงมีรัฐบาลทำงานอยู่ แต่แลกมากับการควบคุมประชาชนอย่างรุนแรง Theo Faron อดีตนักกิจกรรมทางการเมืองผู้หมดศรัทธาต่อโลก ใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่ง Julian อดีตภรรยาของเขาซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ขอให้เขาช่วยพาหญิงสาวผู้ลี้ภัยคนหนึ่งเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม Theo ค่อย ๆ พบว่าหญิงสาวคนนั้นกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในโลกที่มนุษย์สูญเสียความสามารถในการมีลูกไปแล้ว การเดินทางของพวกเขาจึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่อาจเปลี่ยนอนาคตของมนุษยชาติทั้งหมด

บทความรีวิว

Children of Men เป็นหนังไซไฟที่ทั้งสวยงาม หนักหน่วง และทรงพลังทางอารมณ์อย่างมหาศาล Alfonso Cuarón สร้างโลกอนาคตที่ดูสมจริงจนแทบรู้สึกว่าเป็นสารคดีจากอนาคต มากกว่าหนังแฟนตาซีไซไฟทั่วไป เมือง ถนน ผู้ลี้ภัย ทหาร และความรุนแรงในเรื่องถูกออกแบบให้ดูใกล้เคียงกับโลกจริงอย่างน่ากลัว ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าหายนะในเรื่องอาจเกิดขึ้นได้จริงทุกเมื่อ Clive Owen ถ่ายทอดบท Theo ได้ยอดเยี่ยม เขาเริ่มต้นจากชายหมดอาลัยตายอยากที่ไม่เชื่อในอะไรอีกต่อไป ก่อนค่อย ๆ กลับมามีความหวังผ่านภารกิจปกป้องชีวิตใหม่ของมนุษยชาติ หนังเต็มไปด้วยฉากที่ตึงเครียดและสะเทือนอารมณ์ โดยเฉพาะฉาก long take ชื่อดังที่กล้องเคลื่อนผ่านสนามรบ รถยนต์ และความโกลาหลแบบต่อเนื่องโดยแทบไม่มีการตัดต่อ เทคนิคเหล่านี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนอยู่ภายในเหตุการณ์จริงและสัมผัสความวุ่นวายอย่างใกล้ชิด Children of Men ยังเป็นหนังที่ใช้ความเงียบและรายละเอียดฉากหลังเล่าเรื่องได้ยอดเยี่ยม หลายครั้งหนังไม่ได้อธิบายโลกตรง ๆ แต่ปล่อยให้ผู้ชมสังเกตข่าวทีวี ป้ายโฆษณา และพฤติกรรมของผู้คนเพื่อเข้าใจว่ามนุษยชาติกำลังพังทลายเพียงใด

ตัวละครสำคัญ

Theo Faron เป็นอดีตนักกิจกรรมการเมืองผู้หมดศรัทธาต่อโลก Julian Taylor เป็นผู้นำกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและอดีตภรรยาของ Theo Kee เป็นหญิงสาวผู้ลี้ภัยที่กำลังตั้งครรภ์ Jasper Palmer เป็นเพื่อนเก่าของ Theo ผู้ใช้ชีวิตอย่างสงบห่างไกลจากโลกอันวุ่นวาย Luke เป็นสมาชิกกลุ่มต่อต้านที่มีแนวคิดรุนแรงและพร้อมใช้ความรุนแรงเพื่อเป้าหมายทางการเมือง

สปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญ

Theo ถูกดึงเข้าสู่ภารกิจช่วยเหลือ Kee หญิงสาวผู้ลี้ภัยชาวแอฟริกันที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งถือเป็นปาฏิหาริย์แรกของโลกในรอบเกือบ 20 ปี อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเดินทาง Julian ถูกลอบสังหาร ทำให้ Theo ต้องรับหน้าที่ปกป้อง Kee ด้วยตัวเอง พวกเขาพบว่ากลุ่มต่อต้านบางส่วนต้องการใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง มากกว่าจะช่วยมนุษยชาติจริง ๆ Theo จึงตัดสินใจพา Kee หนีจากทุกฝ่ายเพื่อไปพบ “Human Project” กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ลึกลับที่อาจช่วยโลกได้ ระหว่างทางทั้งคู่ต้องเผชิญด่านตรวจ ทหาร ผู้ลี้ภัย และสงครามในเมืองที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ฉากสำคัญที่สุดของหนังเกิดขึ้นเมื่อ Kee ให้กำเนิดลูกท่ามกลางสนามรบ เสียงร้องของทารกทำให้ทั้งทหารและกลุ่มกบฏหยุดยิงชั่วคราวด้วยความตกตะลึง ก่อนความรุนแรงจะกลับมาอีกครั้ง Theo พา Kee และลูกหนีไปยังเรือลำหนึ่งของ Human Project ได้สำเร็จ แต่ตัวเขาเองได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตอย่างเงียบงันหลังช่วยมอบความหวังใหม่ให้มนุษยชาติ

ธีมและประเด็นของภาพยนตร์

Children of Men พูดถึง “ความหวัง” ในโลกที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เด็กทารกในเรื่องไม่ได้เป็นเพียงชีวิตใหม่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของอนาคตและความเป็นมนุษย์ที่กำลังจะสูญหาย หนังยังสะท้อนปัญหาผู้ลี้ภัย การเหยียดเชื้อชาติ และการใช้อำนาจรัฐอย่างรุนแรง ซึ่งใกล้เคียงกับปัญหาในโลกจริงอย่างมาก อีกประเด็นสำคัญคือการที่มนุษย์สูญเสียศรัทธาต่ออนาคต เมื่อไม่มีเด็กเกิดใหม่ ผู้คนก็ไม่เห็นเหตุผลที่จะสร้างโลกให้ดีขึ้นอีกต่อไป หนังยังตั้งคำถามเกี่ยวกับศีลธรรมของทั้งรัฐบาลและฝ่ายต่อต้าน เพราะแม้แต่คนที่อ้างว่าต่อสู้เพื่ออิสรภาพก็พร้อมใช้ความรุนแรงและหักหลังกันเพื่ออำนาจ

การวิเคราะห์เชิงลึก

Theo เป็นตัวแทนของมนุษย์ที่สูญเสียความหวังและใช้ชีวิตไปวัน ๆ หลังจากสูญเสียลูกชายในอดีต เขาไม่เชื่ออีกต่อไปว่าโลกจะดีขึ้นได้ แต่การพบ Kee และเด็กในท้องของเธอทำให้เขาค่อย ๆ กลับมามีจุดหมายอีกครั้ง หนังใช้การเดินทางของ Theo เป็นเส้นทางการฟื้นคืนศรัทธาต่อมนุษยชาติ โลกใน Children of Men ยังสะท้อนแนวคิดดิสโทเปียที่น่ากลัวเพราะมัน “ดูจริง” มาก ทุกอย่างในเรื่องไม่ห่างจากโลกปัจจุบันเลย ทั้งการกักกันผู้ลี้ภัย การโฆษณาชวนเชื่อของรัฐ ความหวาดกลัวต่อคนต่างชาติ และความรุนแรงในเมือง Alfonso Cuarón ยังใช้เด็กทารกเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาและความหวัง คล้ายการกำเนิดของพระผู้ช่วยในโลกที่กำลังล่มสลาย ฉากที่ผู้คนหยุดยิงเมื่อได้ยินเสียงเด็กร้องคือช่วงเวลาที่มนุษยชาติยังเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ แม้เพียงชั่วคราวก็ตาม

องค์ประกอบภาพและงานสร้าง

งานภาพของ Children of Men ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในงานภาพที่ดีที่สุดของศตวรรษที่ 21 ผู้กำกับภาพ Emmanuel Lubezki ใช้เทคนิค long take จำนวนมากเพื่อสร้างความสมจริงและความต่อเนื่องของอารมณ์ ฉากไล่ล่าด้วยรถยนต์และฉากสงครามช่วงท้ายกลายเป็นฉากระดับตำนานของวงการภาพยนตร์ โลกอนาคตในเรื่องถูกออกแบบอย่างละเอียด แต่ไม่เว่อร์เกินจริง ทุกอย่างดูสกปรก เก่า และใกล้เคียงกับโลกปัจจุบัน ดนตรีประกอบถูกใช้อย่างพอดีและปล่อยให้เสียงสภาพแวดล้อมสร้างบรรยากาศแทนหลายครั้ง ซึ่งยิ่งเพิ่มความสมจริงและความอึดอัดของโลกในเรื่อง

เบื้องหลังการสร้าง

Alfonso Cuarón ต้องการสร้างหนังไซไฟที่แตกต่างจากหนังฮอลลีวูดทั่วไป โดยเน้นความสมจริงและประเด็นสังคมมากกว่าเทคโนโลยีล้ำยุค ทีมงานใช้เวลาวางแผนฉาก long take อย่างละเอียด เพราะหลายฉากต้องใช้กล้องพิเศษและการเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนมาก Emmanuel Lubezki ผู้กำกับภาพชื่อดังร่วมสร้างสไตล์ภาพที่สมจริงและใกล้ชิดกับตัวละคร หนังได้รับอิทธิพลจากภาพสงคราม ข่าวผู้ลี้ภัย และเหตุการณ์การเมืองร่วมสมัยในช่วงต้นยุค 2000 แม้ Children of Men จะไม่ได้ทำรายได้มหาศาลในช่วงเข้าฉาย แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันกลับได้รับการยกย่องเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหนังไซไฟคลาสสิกสมัยใหม่

ความสำเร็จของภาพยนตร์

Children of Men ได้รับคำชมมหาศาลจากนักวิจารณ์ โดยเฉพาะด้านการกำกับ งานภาพ บทภาพยนตร์ และการสร้างโลกดิสโทเปีย หนังเข้าชิงรางวัลออสการ์หลายสาขา รวมถึงบทดัดแปลงยอดเยี่ยมและงานภาพยอดเยี่ยม แม้รายได้ช่วงแรกจะไม่สูงมาก แต่หนังค่อย ๆ กลายเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของยุค 2000 นักวิจารณ์และผู้กำกับจำนวนมากยกให้ Children of Men เป็นหนึ่งในหนังไซไฟที่ดีที่สุดตลอดกาล เพราะสามารถใช้โลกอนาคตสะท้อนปัญหาสังคมจริงได้อย่างทรงพลัง ปัจจุบันหนังยังถูกศึกษาอย่างต่อเนื่องในด้านการถ่ายภาพ การเล่าเรื่อง และการสร้างโลกดิสโทเปียในภาพยนตร์

ตัวอย่างภาพยนตร์

 

Author: veeraa

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *