รีวิว Inception จิตพิฆาตโลก (2010)

Inception จิตพิฆาตโลก (2010)

หนังประเทศ : สหรัฐอเมริกา

เรื่องย่อ

Inception คือภาพยนตร์ไซไฟจิตวิทยาแนวระทึกขวัญ ที่เล่าเรื่องของ “ดอม คอบบ์” (Leonardo DiCaprio) จอมโจรฝีมือระดับโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านการแทรกซึมเข้าสู่จิตใต้สำนึกของผู้อื่นผ่านความฝัน เขามีความสามารถพิเศษในการขโมยความลับจากจิตใจของเป้าหมายในขณะที่พวกเขากำลังหลับ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในสายลับจิตที่อันตรายที่สุดในโลก แต่ต้องแลกมากับการถูกตามล่าจากองค์กรระดับโลกและไม่สามารถกลับไปหาครอบครัวได้อีก

จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้รับข้อเสนอจากนักธุรกิจชื่อ “ไซโตะ” (Ken Watanabe) ให้ทำภารกิจที่ตรงกันข้ามกับการขโมยข้อมูล นั่นคือการ “ปลูกความคิด” ลงในจิตใต้สำนึกของเป้าหมาย ซึ่งเรียกว่า “Inception” — งานที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเขาทำสำเร็จ เขาจะได้กลับไปหาลูกและล้างชื่อของตนได้อย่างอิสระ

คอบบ์จึงรวมทีมมืออาชีพที่ประกอบด้วย “อาร์เธอร์” (Joseph Gordon-Levitt), “อาเดรียนเน่” (Elliot Page), “อีมส์” (Tom Hardy), “ยูซุฟ” (Dileep Rao) และไซโตะผู้ว่าจ้าง เพื่อสร้างความฝันซ้อนฝันหลายระดับที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่ยากกว่าการควบคุมฝัน คือการควบคุม “จิตใจของตนเอง” เมื่อความทรงจำของภรรยาที่ตายไปแล้ว “มอล” (Marion Cotillard) เริ่มกลับมาหลอกหลอนเขาในโลกแห่งความฝัน

บทความรีวิว

Inception เป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ Christopher Nolan ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ซับซ้อนและยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21 หนังผสมผสานแนวคิดทางจิตวิทยา ปรัชญา และวิทยาศาสตร์ เข้ากับฉากแอ็กชันสุดอลังการได้อย่างไร้ที่ติ มันคือการเดินทางสู่จิตใต้สำนึก ที่ทั้งงดงาม อันตราย และลึกลับในเวลาเดียวกัน

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ “โครงสร้างของความฝันซ้อนฝัน” ที่ Nolan ออกแบบไว้อย่างละเอียดระดับชั้น ทั้งในด้านเวลา (ที่แต่ละชั้นฝันจะช้ากว่าชั้นบนหลายเท่า) และในด้านสัญลักษณ์ทางจิต เช่น “โทเท็ม” เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบว่าตนอยู่ในความฝันหรือความจริง หนังพาเราดำดิ่งไปในจิตของคอบบ์ที่ปั่นป่วนด้วยความรู้สึกผิดและความสูญเสีย และทำให้ผู้ชมต้องตั้งคำถามกับความจริงของตัวเองตลอดเวลา

Leonardo DiCaprio ถ่ายทอดตัวละครคอบบ์ได้อย่างเข้มข้น เขาคือชายที่ติดอยู่ระหว่างความจริงกับความฝัน ติดอยู่ในความทรงจำที่ไม่อาจปล่อยวางได้ การแสดงของเขาทำให้เรารู้สึกถึงความเจ็บปวด ความหวัง และความสิ้นหวังที่เกิดขึ้นพร้อมกันในจิตใจ ส่วน Marion Cotillard ก็ถ่ายทอดบทภรรยาได้อย่างลึกลับและทรงพลัง เธอคือ “เงาแห่งความรู้สึกผิด” ที่หลอกหลอนคอบบ์ทุกครั้งที่เขาหลับตา

สมาชิกทีมแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์และบทบาทเฉพาะตัว — อาร์เธอร์ผู้รอบคอบ, อีมส์จอมปลอมตัว, อาเดรียนเน่ผู้ออกแบบเขาวงกตในฝัน และยูซุฟผู้ควบคุมยาสลบ ทุกตัวละครคือส่วนหนึ่งของกลไกจิตใต้สำนึกที่สมบูรณ์แบบ เหมือนชิ้นส่วนปริศนาที่ต้องทำงานพร้อมกันภายใต้เวลาที่ไหลไม่เท่ากันในแต่ละชั้นฝัน

สปอยล์เต็ม

ภารกิจของคอบบ์คือการปลูกความคิดในจิตของ “โรเบิร์ต ฟิชเชอร์” (Cillian Murphy) ทายาทบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ ให้ตัดสินใจสลายอาณาจักรของพ่อ เพื่อผลประโยชน์ของไซโตะ ทีมของคอบบ์ต้องสร้างความฝันซ้อนกันถึงสามชั้น — แต่ระหว่างทางพวกเขาต้องเผชิญกับ “มอล” ที่โผล่มาในฝันและทำลายภารกิจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในชั้นฝันสุดท้าย คอบบ์ต้องเผชิญหน้ากับมอลในจิตใต้สำนึก เขายอมรับความจริงว่าเธอได้ตายไปแล้ว และความทรงจำที่เขาสร้างขึ้นคือสิ่งที่ฉุดรั้งเขาไม่ให้กลับสู่โลกแห่งความจริง หลังจากปล่อยวางได้ เขาช่วยให้ฟิชเชอร์ปลูกความคิดสำเร็จ ขณะที่ไซโตะตายภายในฝันแต่สัญญาจะรอเขาใน “ลิมโบ้”

คอบบ์จึงกระโดดเข้าสู่ลิมโบ้ เพื่อไปตามไซโตะกลับมาสู่โลกแห่งความจริง และสุดท้ายเขาตื่นขึ้นมาบนเครื่องบินกับทีมทุกคน ภารกิจสำเร็จและไซโตะทำตามสัญญา เคลียร์ชื่อให้คอบบ์กลับไปหาลูกได้อีกครั้ง หนังจบด้วยฉากที่คอบบ์หมุนโทเท็มของเขาไว้บนโต๊ะ ซึ่งหมุนต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าจะหยุดหรือไม่ — ทิ้งคำถามให้ผู้ชมคิดต่อเองว่า เขาอยู่ในความฝันหรือในความจริงกันแน่

บทวิเคราะห์

Inception ไม่ใช่แค่หนังไซไฟ แต่มันคือการสำรวจจิตใต้สำนึกของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง หนังพูดถึงความรู้สึกผิด การสูญเสีย การยึดติด และพลังของจินตนาการ ความฝันในเรื่องนี้เปรียบเสมือนโลกแห่ง “การสร้างสรรค์” และ “การหนีความจริง” ในเวลาเดียวกัน

จุดที่น่าสนใจคือการที่ Nolan แสดงให้เห็นว่าความฝันไม่ใช่เพียงแค่การพักผ่อนของสมอง แต่มันคือเครื่องมือที่มนุษย์ใช้จัดการกับความทรงจำ ความกลัว และความเสียใจ Inception จึงกลายเป็นหนังที่ทำให้ผู้ชมตั้งคำถามกับความจริงรอบตัว ว่า “สิ่งที่เราเห็นอยู่ทุกวัน อาจเป็นเพียงฝันที่ยังไม่ตื่น”

เทคนิคการสร้างและงานภาพ

งานภาพของ Wally Pfister ทำให้โลกแห่งความฝันดูมีชีวิตและเหนือจริงแบบไม่หลุดสมดุล ความฝันสามารถบิดเบือนแรงโน้มถ่วงได้ สามารถสร้างเมืองพับทับกัน หรือเปลี่ยนกฎฟิสิกส์ได้อย่างอิสระ ฉากที่โดดเด่นที่สุดคือ “ห้องโถงหมุน” ที่อาร์เธอร์ต่อสู้ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง — ถ่ายทำโดยไม่ใช้ CGI มากเกินไป แต่ใช้ฉากจริงที่หมุนได้จริง ๆ

ดนตรีโดย Hans Zimmer เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้หนังทรงพลัง โดยเฉพาะเสียง “BRAAAM” ที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของหนังไซไฟยุคใหม่ เขาใช้เสียงเพลง “Non, Je Ne Regrette Rien” ของ Édith Piaf มายืดจังหวะให้ช้าลงในฝันซ้อนฝัน เพื่อสื่อถึง “เวลาที่ไหลไม่เท่ากัน” อย่างชาญฉลาด

บทวิจารณ์

Inception คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่รวมทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความลึกทางปรัชญา และความบันเทิงเข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ หนังทำให้คนดูได้ใช้สมองตลอดเวลา แต่ก็ยังมอบความตื่นเต้นจากฉากแอ็กชันที่เร้าใจและงานภาพสุดตระการตา

Leonardo DiCaprio ถ่ายทอดบทได้อย่างทรงพลัง ส่วนทีมงานนักแสดงทุกคนเสริมกันอย่างลงตัว Nolan แสดงให้เห็นว่าเขาคือผู้กำกับที่กล้าเสี่ยงและมีวิสัยทัศน์เฉียบแหลม Inception คือภาพยนตร์ที่ “ฝันและความจริงกลืนเป็นหนึ่งเดียว” และยังคงเป็นหนังที่ผู้ชมทั่วโลกพูดถึงและตีความไม่รู้จบ

ตัวอย่างภาพยนตร์

 

Author: veeraa

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *