Blade Runner 2049 เบลด รันเนอร์ 2049 (2017)

หนังประเทศ : สหรัฐอเมริกา / แคนาดา / สหราชอาณาจักร
ข้อมูลภาพยนตร์เพิ่มเติม
แนว : ไซไฟ, ดราม่า, นีโอ-นัวร์, ปรัชญา
ผู้กำกับ : Denis Villeneuve
ผู้เขียนบท : Hampton Fancher, Michael Green
นักแสดงนำ : Ryan Gosling, Harrison Ford, Ana de Armas, Sylvia Hoeks, Jared Leto, Robin Wright
ความยาว : ประมาณ 163 นาที
ธีมหลัก : อัตลักษณ์, ความทรงจำ, ความเป็นมนุษย์, การมีอยู่, ความโดดเดี่ยว, โลกหลังล่มสลาย
เรื่องย่อ
Blade Runner 2049 ดำเนินเรื่อง 30 ปีหลังเหตุการณ์ในภาคแรก โลกอนาคตยังคงพังทลายจากมลพิษและการล่มสลายของระบบนิเวศ “เค” (K) เบลดรันเนอร์รุ่นใหม่ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเรพลิแคนท์ ถูกมอบหมายให้ไล่ล่าและ “ปลดระวาง” เรพลิแคนท์รุ่นเก่าที่ผิดกฎหมาย ระหว่างภารกิจ เขากลับค้นพบความลับที่อาจสั่นคลอนโครงสร้างของโลกมนุษย์และเรพลิแคนท์ นั่นคือร่องรอยของการถือกำเนิดชีวิตใหม่ที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้ ความลับนี้พาเขาไปสู่การตามหา “ริค เด็คการ์ด” เบลดรันเนอร์ในตำนาน ผู้หายสาบสูญไปนานหลายสิบปี
บทความรีวิว
Blade Runner 2049 ไม่ใช่หนังไซไฟที่เร่งเร้าเพื่อความบันเทิงฉาบฉวย แต่เป็นงานศิลปะเชิงปรัชญาที่ตั้งใจให้ผู้ชม “อยู่กับความเงียบ” หนังใช้จังหวะการเล่าเรื่องที่เชื่องช้า หนักแน่น และกดทับอารมณ์ เพื่อพาผู้ชมเข้าไปในสภาพจิตใจของตัวละคร เค คือเรพลิแคนท์ที่ทำงานอย่างเชื่อฟัง แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยคำถามว่าเขาเป็นเพียงเครื่องมือ หรือมีคุณค่าในฐานะสิ่งมีชีวิตกันแน่
หนังตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับความหมายของการเป็นมนุษย์ ความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นยังมีคุณค่าหรือไม่ หากมันทำให้ใครบางคน “รู้สึกจริง” ความรักที่เกิดจากโปรแกรมยังเรียกว่าความรักได้หรือเปล่า Denis Villeneuve เลือกเล่าเรื่องเหล่านี้ผ่านภาพ เสียง และความว่างเปล่ามากกว่าคำพูด ทำให้หนังทรงพลังในแบบที่ไม่พยายามอธิบายทุกอย่างตรง ๆ
สปอยล์เต็ม

เคเชื่อว่าตัวเองอาจเป็นเด็กที่เกิดจากเรพลิแคนท์ ซึ่งหมายความว่าเขาอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานเท่านั้น ความหวังนี้หล่อเลี้ยงตัวตนและความหมายของชีวิตเขา แต่ความจริงกลับโหดร้าย เมื่อเขาค้นพบว่าเขาไม่ใช่ “คนพิเศษ” อย่างที่คิด เด็กคนนั้นคือผู้อื่น การตระหนักรู้ครั้งนี้ทำให้เคต้องเลือกว่าจะกลับไปเป็นเครื่องมือของระบบ หรือจะยอมเสียสละตัวเองเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ในขณะเดียวกัน เด็คการ์ดต้องเผชิญหน้ากับอดีต ความรัก และการสูญเสียที่เขาหลบหนีมาตลอดชีวิต จุดจบของหนังไม่ใช่ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ แต่เป็นการยอมรับความหมายของการมีอยู่ แม้ไม่มีใครจดจำ
บทวิเคราะห์เชิงจิตวิทยาและชีวิตมนุษย์
Blade Runner 2049 คือหนังว่าด้วย “การมีตัวตนโดยไม่ต้องเป็นศูนย์กลางของโลก” เคเรียนรู้ว่าคุณค่าในชีวิตไม่จำเป็นต้องมาจากการเป็นผู้ถูกเลือก แต่สามารถเกิดจากการเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง หนังสะท้อนความโดดเดี่ยวของมนุษย์ยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีล้อมรอบ แต่กลับขาดการเชื่อมโยงทางอารมณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างเคกับ Joi คือภาพแทนของความรักในยุคดิจิทัล ที่ทั้งงดงามและเปราะบางในเวลาเดียวกัน
เทคนิคการสร้างและงานภาพ
งานภาพของ Roger Deakins คือหัวใจของหนัง การใช้แสง เงา สีส้มของทะเลทราย สีฟ้าเย็นของเมือง และความเวิ้งว้างของฉาก สร้างโลกอนาคตที่ทั้งงดงามและสิ้นหวัง ดนตรีของ Hans Zimmer และ Benjamin Wallfisch ใช้เสียงสังเคราะห์หนักแน่น กดดัน และเยือกเย็น สืบทอดจิตวิญญาณจากภาคต้นฉบับได้อย่างสมศักดิ์ศรี ทุกองค์ประกอบทางเทคนิคทำงานร่วมกันเพื่อทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “ดู” แต่ “รู้สึก”
บทวิจารณ์
Blade Runner 2049 ได้รับคำชมอย่างสูงจากนักวิจารณ์ในด้านงานภาพ การกำกับ และความกล้าหาญในการเล่าเรื่องเชิงปรัชญา แม้จะไม่ใช่หนังที่ดูง่ายหรือเหมาะกับทุกคน แต่สำหรับผู้ชมที่เปิดใจ หนังเรื่องนี้คือประสบการณ์ทางอารมณ์และความคิดที่ลึกซึ้ง และเป็นหนึ่งในหนังไซไฟที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21
ตัวอย่างภาพยนตร์
ตัวอย่างด้านล่างเป็นวิดีโอลำดับแรกจาก YouTube โดยค้นหาจาก Blade Runner 2049 (2017) trailer
